"กฎเกณฑ์ใหม่ข้อหนึ่งที่ คปภ. จะนำออกมาบังคับใช้คือ การพัฒนา
บุคลากรในวงการจะเป็นส่วนที่กระทบกับการทำงานของนายหน้า
แต่ในภาพรวมเป็นเรื่องที่ดีช่วยยกระดับธุรกิจ แล้วเราก็ปรับตัวทุกปี
เพื่อมุ่งไปสู่การเป็นมืออาชีพ เพียงแต่ปีหน้าเป็นปีที่จะมีเรื่องสำคัญ ๆ
หลายเรื่องทั้งกติกาคุมเข้มนายหน้าและการแข่งขันคงต้องเกาะติด
อย่างใกล้ชิด ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกถึงการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ
ที่จะเกิดขึ้นกับเรา โดยเฉพาะจากกฎกติกาใหม่ ๆ ต้องรอดูคปภ.ก่อน"
ประวัติของ "เรืองวิทย์" เป็นต้นตระกูลนายแบงก์เก่าแก่ อยู่ในแวดวงไฟแนนซ์
มากกว่า 10 ปี เคยเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท หลักทรัพย์จัดการ
กองทุนอยุธยาเจเอฟ จำกัด (เอเจเอฟ) ส่วนประกันภัยเพิ่งเข้ามาจับธุรกิจ
จริงจัง ประเดิมด้วยการเป็น "กรรมการผู้จัดการ" บริษัท เอกวิทย์ จำกัด
การเข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคมนายหน้าฯ ของ "เรืองวิทย์" ในช่วงแรก
เขาได้วางนโยบายในวาระการทำงาน 2 ปีระหว่างปี 2550-2552 คือ
การมุ่งเน้นส่งเสริมธุรกิจนายหน้าประกันภัยให้มีมาตรฐาน พร้อมเน้น
จรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ รวมถึงสร้างธุรกิจนายหน้าประกันภัยให้เป็นที่
รู้จักของประชาชนมากขึ้น
โดยแนวทางการดำเนินงานคือ การวางระเบียบ กติกาการดำเนินธุรกิจ
โบรกเกอร์ให้เป็นไปตามแนวทางที่ถูกต้อง เพราะเขาบอกว่า หน้าที่ของ
นายหน้าคือ การนำสินค้าไปให้กับผู้บริโภค ซึ่งต้องพิจารณาแล้วว่า เป็นสินค้า
ที่เหมาะสมและดีกับผู้บริโภคเท่านั้น และหากรู้ว่าบริษัทประกันภัยที่เป็น
เจ้าของสินค้ามีปัญหา ก็ไม่ควรนำสินค้าของบริษัทนั้น ๆ ไปให้กับผู้บริโภค
ในทางตรงกันข้ามต้องแนะนำลูกค้าไปใช้บริการบริษัทอื่นแทน
....ปัจจุบันสมาคมนายหน้าฯ มีสมาชิก 52 บริษัท ขณะที่ในอุตสาหกรรม
ประกันภัยทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัยมีโบรกเกอร์นิติบุคคลที่ได้รับ
ใบอนุญาต 661 บริษัท
"เดิมผมอยู่สายแบงก์ สายเงินทุนมาก่อน สำหรับวงการประกันถือเป็น
หน้าใหม่มาก เพิ่งอยู่มาได้แค่ประมาณปีครึ่ง แต่ก็ได้รับความไว้วางใจ
จากสมาชิกให้เป็นนายกฯ สาเหตุที่เขาเลือกผมอาจจะเป็นเพราะ
ประกันภัยอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลง จึงอยากได้ไอเดียใหม่ ๆ
และคงเห็นความตั้งใจจริงของผม ส่วนตัวผมมีความรู้สายแบงก์
เงินทุนมาก่อน แต่ขาดความรู้เรื่องประกันภัย
ซึ่งผมมองว่าเป็นขาใหญ่อีกขาหนึ่ง"
"
....หลังเข้ามาสัมผัสวงการประกันภัยเพียงปีเศษ "เรืองวิทย์" ก็มองออกว่า
วงการนี้มีชื่อเสียงที่ไม่ดีอยู่บ้างจากการที่คนในวงการทำกันขึ้นมาเอง เช่น
การเคลมไม่ได้ เป็นต้น ทำให้เขาต้องการที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ตรงนี้ให้ดีขึ้น
"ตอนผมอยู่ในแวดวงกองทุนรวมประสบการณ์ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ถือว่า "เน่า" เหมือนกัน แต่ตอนนี้คนยอมรับมากขึ้น ประกันก็เป็นขาหนึ่งของการเงิน
ซึ่งในอนาคตการเงินจะซับซ้อนมากขึ้น คู่แข่งต่างประเทศมีมากขึ้น
จึงจำเป็นต้องหาคนที่มีความเชี่ยวชาญและมีความรู้หลายด้าน
ผมไม่อยากรู้แค่แบงก์ หรือไฟแนนซ์เท่านั้น"
ในส่วนของการทำงานร่วมกับ "คปภ." ที่จะเกี่ยวข้องกับการออกกฎกติกาต่าง ๆ "เรืองวิทย์" บอกว่า คงยังบอกรายละเอียดไม่ได้ เพราะต้องรอให้ พ.ร.บ.
ประกันวินาศภัยฉบับใหม่ออกมาและต้องดู "คปภ." จะมีกติกรอะไรออกมาบ้าง
แต่เบื้องต้นกฎหมายใหม่ที่จะออกมาคงจะไม่มีผลกระทบกับนายหน้ามาก
เท่ากับตัวแทนประกันชีวิต อีกทั้งตามหลักการการออกกฎหมายลูกต่าง ๆ คปภ.จะต้อง Hearing เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนอยู่แล้ว
รายละเอียดจาก นสพ. ตลาดวิเคราะห์